Tags

การร้อยคริสตัล การร้อยลูกปัด การร้อยเครื่องประดับ ของขวัญ ของชำร่วย ของฝาก ของแต่งบ้าน ครัสตัล ครัสตัลสวารอฟสกี้ คริสตัล คริสตัล คริสตัลสวารอฟสกี้ ความรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ คำทำนาย งานประดิด ดวงชะตา ดารา ดูดวง ทำนายดวงชะตา Horoscope นางแบบ บทความเกี่ยวกับเครื่องประดับ ประดิดประดอย มือใหม่หัดร้อย มือใหม่หัดร้อย ราศี ร้อยลูกปัด สวารอฟสกี้ สาระเกี่ยวกับเครื่องประดับ สาระเครื่องประดับ อัญมณี ฮวงจุ้ย เครื่องประดับ เครื่องประดับ เครื่องประดับคริสตัล เชียร์ ทิฆัมพร เทคนิคการร้อยลูกปัด เทคนิคการร้อยเครื่องประดับ เทคนิคการร้อยเครื่องประดับ เรียนร้อยเครื่องประดับ แตงโม แฟชั่น แฟชั่นคริสตัล แฟชั่น Crystal Mag โชคชะตา Swarovski

เพชรสีชมพู จากสมิธโซเนียนสู่กรุงเทพฯ

เพชรใส ไม่มีสี (Colorless Diamond) ที่ว่าหาได้ยากแล้ว เพชรสีแฟนซี (Fancy Shape Colour Diamond) ยิ่งหายากกว่าเป็นร้อยเท่า โดยเฉพาะ เพชรสีชมพู หนึ่งในเพชรสีแฟนซีที่หายากที่สุดในโลก ซึ่งถือเป็นตัวแทนของ ความโรแมนติก และความปรารถนา และเป็นสมบัติที่นักสะสมเพชร ทุกคนใฝ่หา
เพชรสีชมพู เกิดจากการบิดตัวของคริสตัลเพชร เนื่องจากการผสมของก๊าซไนโตรเจน คุณค่า ของเพชรสีชมพูอยู่ที่สีมากกว่าอยู่ที่ขนาดหรือความบริสุทธิ์ โดยมีหลายเฉดสี ไล่ตั้งแต่ชมพู อ่อนไปจนถึงชมพูเข้ม ซึ่งหายากมาก และราคาของเพชรสีชมพูก็สูงกว่าเพชรใสไม่มีสีหลาย สิบเท่า ดังนั้น จึงได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่นักสะสม ขอเพียงให้ได้ครอบครองไม่ว่าจะ เป็นเพชรสีชมพูจางๆ ไปจนถึงสีชมพูเหมือนแชมเปญ


เพชรสีชมพู
ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศอินเดียและบราซิลเมื่อหลายศตวรรษก่อน แต่ที่มี คุณภาพดีในปัจจุบันส่วนมากจะมาจากเหมืองในแอฟริกาและออสเตรเลีย
และถ้าพูดถึงที่สุดแห่ง เพชรสีชมพู คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึง Steinmetz Pink หรือ ‘เพชรสีชมพูรูปไข่’ ของ Steinmetz ผู้ค้าเพชรดิบและเจียระไนเพชรชั้นนำของโลก ซึ่งเป็นผู้เจียระไนเพชรหายาก ชื่อดังระดับโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

ตำนานความมหัศจรรย์ของ เพชรสีชมพู รูปไข่ (Steinmetz Pink)เริ่มต้นขึ้นที่ เหมืองเพชรในประเทศ แอฟริกาใต้ โดย เพชรดิบสีชมพูที่ค้นพบขนาด 132.5 กะรัต เนื้อเพชรเป็นสีชมพูสด ที่เรียกว่า vivid pink ก่อนเจียระไนถ้าดูผิวเผิน จะมีลักษณะคล้าย กับก้อนแร่ธรรมดาๆ ต่อเมื่อสุดยอดช่างฝีมืออันดับหนึ่งจาก Steinmetz ได้ไขความลับดึงเอาความงามอันวิจิตรบรรจง ที่ธรรมชาติซ่อนอยู่ภายในออกมานั่นเอง ซึ่งใช้เวลาเจียระไนนานเกือบ 2 ปีเต็ม กว่าจะถ่ายทอดออก มาเป็นเพชรแฟนซีสีชมพูสด รูปทรงไข่ ไร้ตำหนิขนาด 59.60 กะรัต ซึ่ง Steinmetz ภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นนี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการขนานนาม จากสถาบันวิเคราะห์และรับรองคุณภาพอัญมณีระดับโลก แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ GIA (Gemo-logical Institute of America) ว่าเป็นเพชรแฟนซีสีชมพูที่สวยและใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
 

เพชรสีชมพูรูปไข่ Steinmetz Pink ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน Flawless Engineering ที่มอนติคาร์โล ประเทศ โมนาโก ในช่วงสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2546 โดยมีซุปเปอร์โมเดลชื่อดังอย่าง ‘เฮเลน่า คริสเต็นเซ่น’ เป็นผู้สวมใส่ จากนั้นได้ถูกนำไปโชว์ร่วมกับสุดยอดเพชรสีอีก 6 เม็ด ที่ได้ชื่อว่าหายากที่สุดในโลก ในงาน The Splendor of Diamonds ณ พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน มลรัฐวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐ อเมริกา เมื่อกลางปี 46 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าชมมากเป็นประวัติการณ์ถึง 3 ล้านคน และล่าสุด เพชรสีชมพูรูปไข่ Steinmetz Pink จะมาปรากฏสู่สายตาผู้หลงใหลเพชรสีชมพูได้ชื่นชมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพียงวันเดียว ในงานนิทรรศการเพชร Steinmetz from the Smithsonian to the River of the King ที่ Steinmetz Group Diamond และ The Diamond Trading Company ร่วมกันจัดขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรแฟนซีสีชมพูจาก 3 ร้านเพชรชื่อดังของเมืองไทย ได้แก่ Blue River, Franks Jewelry Creation และ Jaa ในวันอังคารที่2 ธันวาคม ศกนี้ ที่ห้อง รีเจนซี่ โรงแรมโอเรียนเต็ล
ประวัติเพชร ‘สไตน์เมตซ์ พิงค์’ ถูกค้นพบที่เหมืองเพชรในแอฟริกาใต้ ในสภาพเป็นเพชรดิบขนาด 132.5 กะรัต ตัวเนื้อเพชรเป็นสีชมพูสด ก่อนเจียระไนดูผิวเผินคล้ายกับก้อนแร่ธรรมดา และเมื่อผ่านทักษะชั้นสูงทางเทคนิค ของการเจียระไนเพชร ซึ่งมีวิธีการเจียระไนถึง 60 แบบ เนื่องจากเพชรสีชมพูเป็นเพชรที่เจียระไนยากที่สุด จึงต้องใช้เวลานานถึง 20 เดือน ถึง ได้เพชรแฟนซีสีชมพูสดรูปทรงไข่ไร้ตำหนิ ที่ส่องประกายสวยงามสมบูรณ์แบบ

ความพิเศษของเพชรเม็ดนี้อยู่ที่สีและขนาดของเพชร โดยสีของเพชรถือเป็นสีชมพูสด ระดับสุดยอด ส่วนขนาดปกติเพชรสีชมพูที่ค้นพบจะใหญ่ไม่เกิน 1 กะรัต และถ้าใหญ่กว่ากะรัตก็จะไม่มีสีในระดับนี้ เพชร ‘สไตน์เมตซ์ พิงค์’ จึงถือเป็นเพชรที่เลอล้ำค่าที่สุดในโลก เคยถูกนำไปโชว์เผยโฉมสู่สายตาชาวโลกครั้งแรก ที่เมืองมอนติคาร์โล ประเทศโมนาโก เมื่อกลางปี 2546 จากนั้นในเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน ได้ถูกจัดโชว์ร่วมเพชรสีที่หายากที่สุดในโลกอีก 6 เม็ด ที่พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนี่ยน วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา มีผู้ต่อคิวเข้าชมเพชรเม็ดนี้มากมายนับเป็นประวัติการณ์ถึง 3 ล้านคน

บทความจาก http://www.bigsthailand.com

Leave a Reply