‘สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ’ Articles
Written by Crystal Magazine on 31 August 2010

บทความโดย นิวัฒน์ สิงห์ชนะชัยกุล
Art Deco มีสีสันที่จัดจ้านมีความแตกต่างเต็มไปด้วยสีสันแห่งการสร้างสรรค์ เข็มกลัดและกำไลข้อมือ เป็นอะไรที่ต่างจากงาน Art Nouveau Art Deco เป็นการใช้แนวความคิด (Concept) ที่เกิดขึ้นแล้วเช่นใช้แมลงปีกแข็งในสมัยอียิปต์ ถึง ต้นปาล์มในฮอลลีวูด และรูปทรงเรขาคณิต เพชร พลอย และแพลทินัมเป็นวัสดุมีค่า แต่ในสังคมมีค่าเทียบเท่ากับหินคริสตัลและหินสีดำ การใส่มุกกลายเป็นสิ่งที่นิยมสวมใส่เฉพาะตอนกลางวัน ในขณะที่งาน Art Deco เริ่มเมื่อปี 1910 และขยายถึง 1930 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามสงบจึงถือเป็นช่วงที่เฟื่องฟูของงานเครื่องประดับ Art Deco

Art Deco จัดเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบเครื่องประดับ (Jewelry Designer) สมัยใหม่ และได้มีการนำเสนอ Collection ในช่วงสมัยนั้นที่กลับมาทำใหม่ในเวอร์ชันที่เข้ากับยุคสมัยได้อย่างไรที่ติ ไม่ว่าจะเป็นตราสินค้า (Brand) ดังอย่าง Tiffany & Co., Bulgari และ Van Cleef & Arpels ก็ต่างนำขบวน Collection สมัยก่อนที่เคยทำมาแล้วนำมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับ Collection ใหม่ หรือจะเป็นตราสินค้าดังอย่าง Chanel Jewelry ที่มีการนำแหวนแพลทินัมที่ประดับประดาด้วยเพชรซึ่งออกแบบโดย CoCo Chanel ในปี 1932 มาผลิตขายใหม่ อีกทั้งยังเพิ่ม Collection นาฬิกาใหม่เป็นที่รู้จักกันในนาม ‘Mademoiselle’ ที่มีการผสมผสานความเป็นชายและหญิงเข้าด้วยกัน โดยการใช้แนวคิดจากงาน Art Deco ในการออกแบบ

งาน Jewelry Art Deco ที่มีการนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจให้กับ Collection ใหม่ๆ นั้น เป็นงานที่ยังคงความมีเสน่ห์ของ Art Deco อย่างไร้ที่ติและยังคงดูมีพลังไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใดก็ตาม ความสง่างามของ Art Deco จึงจัดเป็นความาสง่างามของภาพลักษณ์ที่เป็นอมตะแห่งการออกแบบที่มิอาจจะลืมเลือน
ข้อมูลจาก www.git.or.th
Tags: คริสตัล, บทความเกี่ยวกับเครื่องประดับ, สวารอฟสกี้, สาระเกี่ยวกับเครื่องประดับ
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 26 August 2010

ผู้หญิงอย่างเรา ๆ นอกจากจะสวยด้วยการแต่งหน้าและดูแลผิวพรรณแล้ว เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณสาว ๆ ทั้งหลายเปล่งประกายความสวยได้อย่างใจปรารถนา แต่ก็ต้องเลือกแต่งให้เหมาะเข้ากับบุคลิกและรูปร่างของเราด้วยนะคะ
ฉะนั้นเมื่อพูดถึงเครื่องประดับ ผู้หญิงหลายคนชอบที่จะใส่ตุ้มหู สร้อยคอ แหวน ประดับบนร่างกายเพื่อเพิ่มสีสันให้กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ รวมถึงเครื่องประดับอย่างหนึ่งที่มักจะขาดไม่ได้ นั่นคือ นาฬิกา ซึ่งนาฬิกาสมัยนี้ ไม่ว่าจะมีราคาถูกหรือแพงก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีดีไซน์เก๋ ๆ ดูหรูและมีค่า
การซื้อนาฬิกาข้อมือสักเรือนหนึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเลือกซื้อ นาฬิกาข้อมืออย่างไรให้แลดูเหมาะและรับกับข้อมือของคุณมากที่สุด
ผู้หญิงข้อมือเล็ก นาฬิกาที่ไม่เหมาะ และไม่ควรจะเลือก คือนาฬิกาที่เป็นสายเหล็กหรือสายหนัง เพราะทำให้คุณต้องตัดสายนาฬิกาหลังจากซื้อแล้ว ถ้าลองใส่แล้วหลวมขนาดต้องตัดสายจนหมดระยะบังคับแล้วก็ยังหลวมอยู่มาก ทำให้คุณต้องตัดสายเกินกว่าที่กำหนด สายจะบิดไปด้านใดด้านหนึ่งและไม่อยู่กึ่งกลางของข้อมือ ดังนั้นเวลาใส่จะทำให้ เคลื่อนไหวข้อมือไม่ถนัด และที่สำคัญคือทำให้นาฬิกาแลดูไม่สวย ดังนั้นนาฬิกาที่เหมาะสมสำหรับคนข้อมือเล็กมากที่สุดก็คือ นาฬิกาแบบกำไล

โดยปกติแล้วนาฬิกาแบบกำไล ที่ได้มาตรฐานจะมีแบบให้เลือก 3 ขนาดคือ เล็ก กลาง ใหญ่ คุณควรเลือกแบบที่พอดี คือไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป เมื่อใส่แล้วควรเลื่อนขึ้นเลื่อนลงได้สะดวก สำหรับตัวเรือนนั้น สาว ๆ ที่มีข้อมือเล็กควรเลือกนาฬิกาที่มีหน้าปัดแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือแบบวงรีเล็ก เพราะเวลาใส่จะทำให้มีที่เหลือบนข้อมือ ทำให้ข้อมือไม่ดูเล็กเกินไป และที่สำคัญไม่ควรเลือกหน้าปัดแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะขนาดตัวเรือนที่ทั้งยาวและใหญ่จะบังพื้นที่บนข้อมือหมด และทำให้ข้อมือดูเล็กกว่าปกติ ส่วนสีของหน้าปัดนั้นควรเลือกโทนสีขาวหรือสีครีม เพราะ จะช่วยให้ข้อมือดูสว่างขึ้น
ผู้หญิงข้อมือใหญ่ การเลือกนาฬิกาสามารถเลือกได้ทุกแบบ ถือเป็นข้อดีของสาวข้อมือใหญ่ทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าปัดสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะทำให้ข้อมือใหญ่ ๆ ของคุณดูสวยเรียวงามเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าสาวคนไหนเป็นสปอร์ตเกิร์ลละก็

ขอแนะนำให้เลือกใส่ขนาดเดียวกับของหนุ่มๆ ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 มม. เพียงแต่ต้องเลือกแบบให้เหมาะสมกับบุคลิกและการแต่งตัวด้วยเท่านั้น
เคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลรักษานาฬิกาของคุณ หากคุณต้องการให้นาฬิกาเรือนโปรดของคุณ สามารถใส่ไปได้นาน ๆ โดยไม่ต้องซ่อมหรือซื้อใหม่บ่อย ๆ
คุณควรหมั่นเช็กนาฬิกาเรือนโปรดว่าเข็มหรือตัวเลขบอกเวลายังเดินเป็นปกติหรือเปล่า ซึ่งถ้านาฬิกาหยุดเดินหรือเดินช้าไป อาจสันนิษฐานได้ว่าถ่านอาจจะหมด ควรเปลี่ยนถ่านนาฬิกาล่วงหน้าก่อนที่มันจะหมดลานนะคะ เพราะการทิ้งถ่านเก่าไว้นาน ๆ สารจากถ่านจะรั่วและกัดกร่อน ทำให้เฟืองนาฬิกาเสียได้
บางครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะมาจากสาเหตุอื่น เช่น ฝุ่นละอองและน้ำ โดยเฉพาะน้ำ ถึงแม้ว่าจะเป็นนาฬิกากันน้ำก็เถอะ คุณไม่ควรใส่นาฬิกาเวลาอาบน้ำ ว่ายน้ำหรือดำน้ำ เพราะการโดนน้ำบ่อย ๆ ทำให้ความชื้นค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปเกาะอยู่ในตัวเรือนนาฬิกาได้ ทำให้เกิดคราบออกไซด์ เมื่อสะสมนาน ๆ อาจทำให้นาฬิกาคุณเสียไปเลยก็ได้
ขณะใส่นาฬิกาอยู่ควรระมัดระวังเรื่องกระแทกหรือทำให้นาฬิกาเรือนโปรดเกิดรอยร้าวโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะจะทำให้ฝุ่นหรือความชื้นเล็ดลอดเข้าไปตามรอยร้าวเล็ก ๆ พวกนั้นได้
ที่สำคัญไม่ว่านาฬิกาของคุณจะเสียด้วยเหตุอะไรก็ตาม อย่าซ่อมเองเด็ดขาด ควรนำไปให้ช่างที่ชำนาญซ่อมดีกว่าค่ะ
บทความจาก Sanook.com
Tags: คริสตัล, คริสตัลสวารอฟสกี้, นาฬิกา, เครื่องประดับ, เลือกนาฬิกา
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 25 August 2010

ขึ้นชื่อว่าแฟชั่น อะไรก็ต้องตามเทรนด์ไว้ก่อน แว่นกันแดดก็เช่นกัน ถึงแม้ จะเป็นแค่กรอบเหลี่ยมๆ ใส่กระจกสองข้าง ก็ต้องการดีไซน์เก๋ไก๋ ให้เข้ายุค สมัยกับเขาเหมือนกัน ผ่านไปแต่ละยุค สไตล์ของแว่น ก็หมุนเวียน เปลี่ยนไป ไม่ต่างอะไรกับเสื้อผ้า วันนี้จึงอยากพาคุณย้อนไปดูว่า สาวๆ สมัยโน้นเขานิยม ใส่แว่นกันแดดแบบไหน แล้วเปรี้ยวสู้เราได้รึเปล่า
ต้นกำเนิด
ว่ากันว่าแว่นกันแดด มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี ในเมืองปิซา โดยนักบวช ชื่อ ซัลวิโน ดิเอลเมท ซีง ในปีค.ศ.1291 ซึ่งช่วงนั้นเลนส์ของแว่นตา จะเป็นเพียงเลนส์ กระจกใส ไม่ใช่เลนส์แบบแว่นกันแดดแต่อย่างไร จนกระทั่งปีค.ศ.1462 แว่นตา กลับเป็น ส่วนหนึ่งของแฟชั่น เพราะมีผู้นำแว่นตา กลับมาใช้ คือ ดุค ฟรานเซสโก้ แห่งมิลาน ซึ่งมักจะใส่แว่นตาออกไปภายนอกพระราชวังเสมอ จากนั้นแว่นกัน แดดจึงเริ่มใช้กันแพร่หลายมากขึ้น
ราวๆ ปีค.ศ. 1752 ดีไซเนอร์แว่นตา เจมส์ เอสคอซ ได้ประดิษฐ์แว่นตาแบบใหม่ขึ้น โดยใช้แก้วสีอ่อน เช่น สีเขียวอ่อนและสีน้ำเงิน มาเป็นเลนส์ จึงเป็นจุดกำเนิด ของแว่นกันแดด ขึ้นครั้งแรก ต่อมาในปี ค.ศ.1929 แซม ฟอร์สเตอร์ได้จัดตั้งบริษัท ขายแว่นตา ขึ้นครั้งแรกที่วูลเวิร์ส ในเมืองแอตแลนติคซิตี้ ชื่อบริษัท ฟอร์สเตอร์ แกรนด์นับได้ว่าเป็นสัญญาณ แห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะจากนั้นไม่นานแว่นกันแดด ได้รับความนิยมติดต่อกันหลายยุคหลายสมัย จนกระทั่งปัจจุบัน

ค.ศ. 1930 มีผู้คิดค้นประดิษฐ์แว่นตา ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หนึ่งใน นั้นมีนายเอ็คเวิร์ด เฮส แลนด์ ซึ่งได้นำวัตถุชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้าย กระดาษ มาหลอมรวมกับเลนส์ มีคุณสมบัติใน การ กรอง แสงได้ดียิ่ง กว่าเดิมนับเป็นการก้าวสู่วิวัฒนาการ การทำเลนส์กันแดด ขั้นต่อมา และแล้วแว่นตา ก็ได้กลายเป็น ส่วนหนึ่ง ของแฟชั่นไปแล้ว
ค.ศ.1950 ในช่วงปีนั้นแฟชั่นจะคล้ายๆ กับชุดในเทพนิยาย เช่น ปีเตอร์แพน ผู้หญิงชอบใส่รองเท้าขี่ม้าและกระโปรงสั้น สวมแว่นกัน แดดคล้ายตาแมว กรอบแว่นจะเป็นสีขาว หรือสีดำ บ้าง ซึ่งดีไซเนอร์ผู้มี บทบาทในการนำแว่นกันแดด มาใช้ คือ คริสเตียน ดิออร์
ค.ศ. 1960-1970 เป็นช่วงของการ หมุนเวียนเปลี่ยนแนวแฟชั่น จากที่ผู้หญิงชอบใส่กระโปรงสั้น ก็หันกลับมาใส่เสื้อทีเชิ้ต กางเกง ยีนส์ให้ดูทะมัดทะแมงขึ้น พอถึงช่วงปลายๆ ปีค.ศ.1970 ก็เริ่มมีการ เปลี่ยนแปลงอีกครั้ง มินิสเกิร์ตและกางเกงสั้นเริ่ม เข้ามามีบทบาท มากขึ้น แว่นตากันแดดจึงไม่ค่อยมีรูปแบบ ตายตัวนัก แบบที่ได้รับ ความนิยมมากคือ แว่นกรอบหนาๆ สีชาและสีดำ
ค.ศ.1970-1980 ปี 70 ผู้คนเริ่มมีสไตล์การแต่งตัว ในแบบของ ตนเองมากขึ้น แฟชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงเริ่มเข้าสู่ยุคดิสโก้ คือเสื้อผ้า สีจัดจ้าน เสื้อสูทสั้น และตุ้มหูห่วงขนาดใหญ่ ส่วนแนวของ แว่น กัน แดดนั้น นิยมแว่นสีตามเสื้อผ้าที่ใส่ เช่น เสื้อผ้าสี น้ำเงิน แว่นกัน แดดก็จะเป็นสีน้ำเงิน ส่วนลักษณะการ ดีไซน์ แว่น ก็จะเน้นกรอบ ใหญ่ แต่บาง รูปร่างแว่นเหมือนกับ แว่นเรย์ แบน ที่เห็นกันใน ปัจจุบันนี้
ส่วนยุคปี 80 แว่นรูปแบบเก๋ๆ เริ่มเข้ามาบ้างแล้วเช่นแว่นกรอบ กลม แว่นกรอบเหลี่ยม ทำให้สาวๆ เริ่มมีตัวเลือกในการ ซื้อหา แว่นกัน แดด หลากแบบหลายสไตล์มากขึ้นแล้ว

ค.ศ. 1980-1990 เข้าสู่ยุคขีดสุดของแฟชั่นแว่นกันแดด เริ่มมีรูป แบบแปลกๆ เกิดขึ้นมากมายตามสไตล์การดีไซฯเสื้อผ้า ยุคนั้น แฟชั่นเสื้อสูทยูนิฟอร์มสำหรับผู้หญิงทำงานมีมากขึ้น ดังนั้น การออก แบบอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า เครื่องประดับ เน้นที่ความ เรียบ ง่าย ส่งผลให้แว่นตาในยุคนั้นไม่ค่อยหวือหวา สามารถใส่ใน ชีวิตประ จำ วันได้ อาจจะมีที่ออกแบบ ให้ดูแปลกตา ไปบ้าง เช่น กรอบใหญ่ อลังการ กว่าหน้า หรือกรอบเล็กนิดเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อตอบ สนอง พวกนิยมแฟชั่นเฉพาะกลุ่มเช่น พังค์ ร็อค และกรันซ์ เป็นต้น
ค.ศ. 1990-2000 คอนเซ็ปต์แฟชั่นของยุคนี้ คือสไตล์เด่นแต่ เรียบง่าย และที่เน้นความคลาสสิคเป็นหลัก แต่มีบางกระแสที่นิยม แต่งตัวตาม ตัวแสดงในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดดังๆ สำหรับแฟชั่น ที่เด่นๆ ในยุคนี้คง จะหนีไม่พ้นสีเงินหรือสีทอง เพราะเป็น สัญลักษณ์ของ การก้าวเข้าสู่ ศตวรรษ ใหม่
ดังนั้นแว่นกันแดดจึงต้องตามสีสัน ของแฟชั่นในช่วงปีนี้ เช่นกัน คือกรอบอาจจะเป็นสีเงินหรือสีทอง มีแปลกแหวกแนวไปบ้าง แต่ไม่มากนัก แต่ถ้าสังเกตให้ดีๆ จะเห็นว่ายุคปลายปี 2000 ที่ผ่าน มานั้น แฟชั่นยุคดิสโก้เริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง แว่นกันแดด เลนส์ สารพัดสี และดีไซน์แว่นที่ใหญ่โตกลับมาฮิตใส่กันอีกครั้ง ซึ่งสไตล์ นี้ยังฮิตใส่ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2001 เรียกว่า ณ วันนี้ก็ยังคง มีกลิ่น อายให้เห็นกันอยู่บ้าง
อ่านเรื่องราวย้อนยุค ของแว่นกันแดด มาเสียยืดยาว ว่าแต่ว่าคุณ สาวๆ มีแว่นกันแดดใส่กันบ้างหรือยัง ไม่ต้องตามเทรนด์แฟชั่น มากนักก็ได้ แต่ขอให้ดูสวยงาม เหมาะกับใบหน้าคุณ และใช้งาน ได้คุ้มค่าคุ้มราคา ที่เสียเงินซื้อไปจะดีกว่า
บทความจาก : www.hpluschannel.co
Tags: คริสตัล, คริสตัลสวารอฟสกี้, เครื่องประดับ, แวนกันแดด, แว่นตา
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 19 August 2010

เทอร์ควอยส์ ก็เช่นเดียวกันกับพลอยชนิดอื่นๆ ไม่มีวันพ้นมือมนุษย์ผู้แสวงหาความงามไปได้ มันจึงเป็นสิ่งที่ต้องการของใครต่อใคร ไม่ว่าจะมุมไหนของโลก และที่แน่นอนที่สุด วัฒนธรรมอันแสนรุ่งเรืองอย่างอียิปต์ต้องย่อมเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น โดยเฉพาะพระราชินีเซอร์ ในกษัตริย์อทิโทสนั้น มีสร้อยข้อมือฝังเทอร์ควอยส์ ที่สวยงามมาก
ชาวเอซเทคผู้ก่อตั้งอาณาจักรโรมันในช่วงศตวรรษที่ 14 -16 ก็เป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่เชิดชูบูชาเทอร์ควอยส์ ให้เป็นสิ่งอันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อใดที่ผู้นำชาวเอซเทคสิ้นชีพ เทอร์ควอยส์ ก็จะถูกฝังลงไปพร้อมกันกับร่างในหลุมฝังศพ บางท่านอาจเคยเห็นภาพ หรือของจริงในพิพิธภัณฑ์ ที่เป็นหน้ากากมนุษย์ซึ่งมีเทอร์ควอยส์ ฝังอยู่บนส่วนของกะโหลกศีรษะมาแล้ว นี่แหละเป็นฝีมือของชาวเอซเทคที่ทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรม
ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมากที่สุดเห็นจะเป็นเครื่องประดับเงินฝังด้วยเทอร์ควอยส์ ของชาวอินเดียนแดง บางแบบจะคุ้นหน้าค่าตาเป็นพิเศษเพราะลอกเลียนแบบไปจากของเราชาวเอเชีย พูดถึงในแถบเอเชียเช่นที่ธิเบต มีการใช้เทอร์ควอยส์ กันอย่างแพร่หลาย เพราะเชื่อกันว่ามันช่วยปกป้องรักษาภยันตรายต่างๆได้ดียิ่งนัก
เทอร์ควอยส์ เป็นแร่ทุติยภูมิมักพบเป็นสายแร่เล็กๆ เป็นแนวแทรกอยู่ในหินภูเขาไฟ และเป็นสารประกอบของอลูมิเนียมฟอตเฟต ทองแดง และน้ำ มีสูตรเคมี Cu AI 6 (PO4)4(OH)8 5 H2O ถ้ามีอยู่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ในสารประกอบมันจะมีสีฟ้าเข้ม แต่ถ้ามีธาตุเหล็กเข้าไปแทนที่ทองแดงเพียงน้อยนิดกลับจะทำให้มันมีสีออกเขียว
และคุณสมบัติอื่นๆของเทอร์ควอยส์ ที่น่าจะกล่าวถึงบ้างมีดังนี้ มีผลึกอยู่ในระบบไตรคลินิค แต่ผลึกใหญ่หาได้ยาก ส่วนใหญ่เล็กจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น มีเนื้อพรุน มีลักษณะคล้ายหินย้อย และอาจพบเป็นชั้นบางๆพอกพูนเป็นคราบหรือเป็นเม็ดแทรกอยู่ทั่วไป มีความวาวคล้ายขี้ผึ้ง มีความถ่วงจำเพราะประมาณ 2.6 – 2.9 ค่อนข้างอ่อนเพราะมีความแข็งตามโมห์สเกลเพียง 5.6 เท่านั้น

จุดเด่นของเทอร์ควอยส์ อยู่ที่ลวดลาย เทอร์ควอยส์ แต่ละก้อนแต่ละเม็ดย่อมมีลวดลายที่ว่านี้เรียกว่า เมทริกซ์ซึ่งเป็นส่วนของเนื้อหินที่ทำให้เกิดเทอร์ควอยส์ และยังหลงเหลือ ติดค้างมากับเนื้อของเทอร์ควอยส์
ลวดลายมีอยู่หลายสี จะมีสีอะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะมีธาตุอะไรปนอยู่กับมันด้วย เช่นลวดลายสีดำ (Black Matrix ) หรือที่บางคนเรียก “ สไปเดอร์เว็บ” ( Spiderweb) นั้น จะมีธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็กหรือ ธาตุเงินปนอยู่ด้วย ได้สอบถามผู้รู้หลายท่านและได้คำตอบว่า ที่เรียกว่า สไปเดอร์เว็บนั้น คนไทยเราไม่นิยมแปลเป็นไทย มักเรียกทับศัพท์ไปเลย จะด้วยเหตุผลอันใดนั้น คงไม่สลักสำคัญเท่าไรนัก
ส่วนลวดลายสีน้ำตาลนั้นเกิดจากสารประกอบเหล็กออกไซด์หรือธาตุทองแดง และพบได้บ่อยกว่าลวดลายสีอื่นๆ และลวดลายสีขาวเกิดจากควอทซ์สีขาวหรือซิลิกา
แหล่งเทอร์ควอยส์มีอยู่อย่างกระจัดกระจาย ในแต่ละแหล่งจะมีลักษณะและสีสันแตกต่างกันออกไป แต่เทอร์ควอยส์จากอิหร่านมักได้รับการโจษขานเป็นพิเศษว่าดีเยี่ยม เพราะมีสีสันสวยงามกว่า จึงเป็นที่นิยมมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 16 มีการซื้อขายเทอร์ควอยส์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เส้นทางการค้านั้นจึงเริ่มจากเหมืองเทอร์ควอยส์ ในอิหร่าน ผ่านไปยังตุรกี และสู่จุดหมายที่ยุโรป
เพราะตุรกีเป็นจุดพักครึ่งทางจึงอาจมีการซื้อขายเทอร์ควอยส์กันที่นั่น พลอยสีฟ้าสวยชนิดนี้จึงได้ชื่อว่า”เทอร์ควอยส์” ซึ่งหมายถึง “ เทอร์กิช” นั่นเอง อย่างไรก็ตามคำว่า “เทอร์ควอยส์ ” ก็อาจมาได้จากคำว่า ( TORKEJA) ในภาษาแคลเดียน (ชาวแคลเดียนก็คือชาวเซมิติคที่สืบชื้อสายไปเป็นชาวบาบีโลเนียน ซึ่งอาศัยอยู่ตามลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส)

และแหล่งอื่นๆของเทอร์ควอยส์นั้น อยู่กระจัดกระจายหลายทวีป ดังนี้
1. ลินซ์ สเตชั่น ในเวอร์จิเนียพบมากเป็นรูปผลึก แต่มีขนาดเล็กที่มีขนาดใหญ่ก็พบบ้าง ส่วน เจียระไนแล้วและได้ขนาดเล็กกว่า 1 กะรัตก็มี
2. นิชาเพอร์ บนเทือกเขาอาริเมอร์ไซ และเทือกเขาคูห์อิบินาลัดในอิหร่าน เทอร์ควอยส์ ที่นี่มีสีฟ้า และมักเป็นสีฟ้าเข้ม สีก็สม่ำเสมอ อาจมีลวดลายสีน้ำตาล ( Brown Limonytic Matrix )และที่สำคัญที่สุด ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งเทอร์ควอยส์ ที่มีคุณภาพที่หนึ่ง
3. ธิเบต ที่นี่ถือว่า เทอร์ควอยส์คือ พลอยประจำชาติเลยทีเดียว และที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่ เทอร์ ควอยส์สีเขียวมีราคาสูงที่สุด แต่ในปัจจุบันมีเทอร์ควอยส์เหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น
4. จีน เรื่องราวของ เทอร์ควอยส์ในประเทศจีนไม่ค่อยมีบันทึกไว้ อาจเป็นเพราะชาวจีนโดยเฉพาะที่ เป็นหญิง ไม่นิยมส่วมใส่เครื่องประดับที่มีเทอร์ควอยส์ก็ได้
5. เซราบิต เอล คาดิม และมาหาราห์ บนคาบสมุทรซีนายในอียิปต์ มีการทำเหมืองที่นี่นานถึงหนึ่งพันปีมาแล้ว และที่ขุดกันเป็นล่ำเป็นสันนั้น ก็เพื่อถวายให้เป็นสมบัติของฟาโรห์แต่เพียงพระองค์เดียว อันที่จริง การทำเหมืองได้ขยายออกไปถึงอ่าวซูเอซเลยทีเดียว ที่นี่จะพบเทอร์ควอยส์เกิดอยู่ในหินทราย ที่เหมืองดังกล่าวนี้มักพบเทอร์ควอยส์สีฟ้าและสีฟ้าอมเขียว และ เทอร์ควอยส์ บางเม็ดอาจมีสีจางลง หากถูกแสงแดดส่วนลวดลายนั้นมักมีสีน้ำตาล
6. ชูควิคาเมตา ในชิลีเทอร์ควอยส์ที่มีสีสวยงามมาก แต่น่าเสียดายที่นำออกสู่ตลาดน้อยมาก จนแทบ ไม่พบเลย
7. พอเอพิเค ในบาเฮียประเทศบราซิล เทอร์ควอยส์ ที่นี่จะพรุนมาก
8. ออสเตรเลีย เทอร์ควอยส์จากออสเตรเลียมีสีฟ้าที่สวยคล้าย เทอร์ควอยส์จากอิหร่านสีก็สม่ำเสมอ และมีอยู่มาก นอกจากนั้นยังมีเนื้อสมานแน่นอีกด้วย เมื่อขัดแล้วจะขึ้นเงาสวยงามมาก ก้อนหินที่ให้กำเนิด เทอร์ควอยส์ อยู่ข้างในอาจมีน้ำหนักมากถึงหลายร้อยปอนด์เลยทีเดียว
9. สหรัฐอเมริกา มี เทอร์ควอยส์อยู่อย่างกระจัดกระจาย แต่ละแหล่งมีสีสันและลวดลายที่โดดเด่น ผู้เชี่ยวชาญบางท่านอาจแยกแยะได้ทันทีว่าเม็ดใดมาจากไหน
เหมือง เทอร์ควอยส์ ในสหรัฐส่วนใหญ่จะอยู่ในมลรัฐเนวาดา ส่วนแหล่งอื่นๆ จะอยู่ทางแถบตะวันตก เฉียงใต้ซึ่งมีพวกอินเดียนแดงอาศัยอยู่ เช่น อริโซนา (เผ่านาวาโจ และโฮพี) โคโลราโด และนิวเม็กซิโก (เผ่านาวาโจ และซูนี่ )
เหมืองบลู เจม ในเนวาดา เทอร์ควอยส์มีหลายเฉดสี ที่มีสีฟ้าและสีเขียวอยู่ปนกันบน เทอร์ควอยส์ก้อน เดียวกันก็มี
เหมืองสตอร์มี่ เมาน์เทน ในเนวาดา เทอร์ควอยส์มีสีฟ้าเข้มและมีลวดลายสีดำ
บทตความจาก taradploi.com
เหมืองแลนเดอร์บลูในเนวาดาเทอร์ควอยส์ มีสีสไปเดอร์เวน และมีจุดเล็กๆซึ่งหาได้ยาก ราคาจึงสูงโดยเฉพาะในปัจจุบัน
เหมืองบิสบี ในอริโซนาเทอร์ควอยส์มีสีฟ้าเข้มจัด มีลวดลายเป็นกลุ่มเล็กๆ
คิงแมนในอริโซนา เทอร์ควอยส์มีสีฟ้าเข้ม บางเม็ดอาจย้อมสี
ลีดวิลล์ ในโคโรราโด เทอร์ควอยส์มีขนาดเล็ก มีสีฟ้าแต้มเขียว
ซานตา ริตา ในนิวเม็กซิโกสีของเทอร์ควอยส์มีตั้งแต่สีฟ้าจางลงไปจนถึงฟ้าเข้ม
ตามแหล่งอื่นๆนั้น มีรายงานว่าพบเทอร์ควอยส์บ้าง แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอ เช่น ที่อูซเบค ในรัสเซีย และที่เซเคทีเคส ในประเทศเม็กซิโก ส่วนในประเทศไทย ยังไม่เคยมีรายงานว่าพบ
เทอร์ควอยส์ที่วางขายกันตามท้องตลาดนั้น อาจมิใช่เทอร์ควอยส์ธรรมชาติเสียทั้งหมด หากย้อนอดีต ไปราวกลางศตวรรษที่ 16 ก็ได้มีการบันทึกไว้แล้วว่า มีเทอร์ควอยส์เลียนแบบ อกีโคลาได้เขียนบันทึกไว้ว่า “ ไม่มีพลอยชนิดอื่นใดอีกแล้ว นอกเสียจากเทอร์ควอยส์เท่านั้นที่ทำเลียนแบบมันขึ้นได้เหมือนจริงมากเช่นนี้” อย่างไรก็ตาม เทอร์ควอยส์ตามธรรมชาติที่มีสีจางอาจถูกนำไปย้อมสีให้เข้มขึ้นเพียงเท่านั้น มิได้ผ่านกรรมวิธีอื่นๆเพิ่มเติม ฉะนั้น “ ธรรมชาติ” ของมันจึงถูกเปลี่ยนโฉมไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เทอร์ควอยส์เลียนแบบ อาจทำขึ้นมาจากเทอร์ควอยส์จริงแต่ทำลวดลายเทียมขึ้น จากนั้นนำไปย้อมสี และเคลือบพลาสติกอีพอกซี่ ยางไม้ น้ำมัน หรือขี้ผึ้งหรือเรียกว่า “ เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์”

เทอร์ควอยส์เลียนแบบอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ เทอร์ควอยส์บล็อก” หรือ “ทอร์ควอยส์ รีคอนสติจูตด์” ก็ทำขึ้นมาจากเทอร์ควอยส์จริงที่มีคุณภาพต่ำ จึงนำมาบดให้เป็นผง ผสมกับอีพอกซี่หรือพลาสติก แล้วนำมาอัดให้เป็นรูปร่างขึ้น ในปัจจุบัน กรรมวิธีทำค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน จึงยากที่จะบอกว่า “ธรรมชาติ” หรือ “ เลียนแบบ” อย่างไรก็ตาม “ เทอร์ควอยส์สไปเดอร์เว็บ” เกือบทั้งหมดในปัจจุบันเป็น “ทอร์ควอยส์ บล็อก”
นอกจากนี้พลอยบางชนิดก็มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับเทอร์ควอยส์มาก จึงอาจทำให้สับสนว่าป็นเทอร์ ควอยส์ได้ เช่น ฟอสไทต์มีสีเขียวเหลือง มีความถ่วงจำเพาะก็ใกล้เคียงกับเทอร์ควอยส์ และโพรโซไบต์ มีค่า R.I และความแข็งใกล้เคียงกับเทอร์ควอยส์เช่นกัน
วิธีการตรวจสอบว่า “ ธรรมชาติ ” หรือ “เลียนแบบ ” มีอยู่หลายวิธีแต่ไม่แนะนำให้ตรวจสอบเองทาง ที่ดีควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน การตรวจสอบนั้นอาจใช้เข็มเผาไฟให้ร้อนและจี้ดู หาละลายแสดงว่าเป็น “ เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์ ” หรืออาจเป็น “ของปลอม” อีกวิธีหนึ่ง อาจใช้มีดกรีด และส่งดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ถ้ารอยแผลมีขอบหยัก “ อาจเป็นของจริง” แต่ถ้ารอยแผลมีขอบเรียบแสดงว่าเป็น “เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์” หรือถ้าตรวจสอบด้วยแสงอุตร้าไวโอเล็ทแล้วเรืองแสง ก็มั่นใจเลยได้ว่าเป็น “ เทอร์ควอยส์ สเตบิไลซด์” เช่นกัน
โดยปกติแล้วเทอร์ควอยส์ ที่เคลือบผิวไว้มักไวต่อน้ำ เหงื่อและเครื่องสำอาง โดยเฉพาะครีมและ น้ำหอม เพราะเหล่านี้อาจทำให้สีของเทอร์ควอยส์ จางลง ฉะนั้นควรดูแลรักษาเครื่องประดับประเภทนี้ให้เป็นอย่างดี
การเลือกซื้อเทอร์ควอยส์ ว่ากันตามตรงแล้วขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน เพราะเทอร์ควอยส์ มีอยู่ หลายเฉดสี เช่นฟ้าอ่อน ฟ้าปานกลางไล่ไปจนถึงฟ้าเข้ม ฟ้าเขียวและเขียวแกมเทา แต่ทางการค้าถือ ว่ามีราคาสูงสุด ต้องมีสีฟ้าบริสุทธิ์ยิ่งมีสีเขียวบนอยู่น้อยท่าใดก็ยิ่งดีเท่านั้น อย่างเช่น เทอร์ควอยส์ จากอิหร่าน ไม่ควรเลือกที่มีลวดลายโดยฌฉพาะที่มีจุดสีขาวแต้มอยู่เพราะนั่นแสดงถึงว่า เทอร์ควอยส์ นั้นยังพัฒนาไปไม่เต็มที่สีอาจจางลงเมื่อใดก็ได้ที่ธาตุทองแดงในเทอร์ควอยส์ เกิดการสันดาป
มาถึงตรงนี้ ตัดสินใจเอาเองก็แล้วกันว่าจะเลือกเทอร์ควอยส์ ชนิดไหน จากแหล่งใด หรือจะชักชวน เพื่อนสนิทชิดเชื้อไปช้อปปิ้งด้วยกัน ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเพื่อช่วยกันคิดช่วยกันขัด จะได้ประหยัดเงินไปในตัว
Tags: Swarovski, คริสตัล, สวารอฟสกี้, เครื่องประดับ, เทอควอยส์
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 19 August 2010

เปลี่ยนวิกฤตผมยุ่งให้เป็นผมเก๋มีสไตล์โดยการครีเอตของใช้ใกล้ตัวให้เป็นแฮร์แอ็กเซสเซอรี่สุดฮิป
ผ้าพันคอหรือผ้าเช็ดหน้า : จับรวบหรือม้วนให้เป็นเส้นเล็กๆ แล้วทำเป็นที่คาดผม หรือจะโพกหัวไปเลยก็ได้เหมือนกัน
แว่นกันแดด : อันนี้ง่ายและรวดเร็วที่สุด หยิบมาคาดผมได้ในยามที่หาอะไรไม่ได้จริงๆ ฉะนั้นพกแว่นกันแดดทรงเก๋ๆ ติดกระเป๋าไว้รับรองไม่เสียหาย

ริบบิ้นผ้าหรือโบว์ : ก็จากช่อดอกไม้หรือของขวัญที่เขาให้คุณในคืนวันวาเลนไทน์นั่นแหละ ยิ่งถ้าเป็นริบบิ้นเส้นเล็กๆ ยิ่งดี เกล้าผมเป็นมวยแล้วเอาริบบิ้นผ้าหรือโบคาดรอบศรีษะ รับรองว่ามองแล้วราวกับหลุดมาจากแคตวอล์กเลยล่ะ
เนคไท : หยิบยืมเน็กไทของสุดหล่อมาทำเป็นที่คาดผม พยายามเลือลายที่ดูเป็นเนกไทมากที่สุดอย่างลายทางจึงจะดูเท่และครีเอทีฟ
ตะเกียบ : บุกห้องครัวของเขาแล้วมองหาตะเกียบ รูปทรงที่ดูดีมีราคาหน่อย เลือกเอาที่ปลายแหลมๆ มาใช้แทนปิ่นปักผม
ขอบคุณ www.sanook.com
Tags: คริสตัล, สวารอฟสกี้, เครื่องประดับ
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 19 August 2010

ข้อมูลเรื่องการนวดด้วยอัญมณีบำบัด หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Gemstone Therapy
เพราะอัญมณีหรือหินสีนั้น มี “พลัง” ซึ่งมีทฤษฎีต่างๆ อธิบายไว้ ดังนี้
1. ทฤษฎีคลื้นสั่นสะเทือน (Vibrational Theory)
ร่างกายของคนเราประกอบขึ้นจากคลื่นสั่นสะเทือนทั้งสิ้น โดยสามารถวัดออกมาเป็นกราฟ เช่น การวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ คลื่นสมอง เป็นต้น ถ้าคลื่นใดทำงานผิดปกติ ก็เกิดอาการไม่สบาย
วาง ‘หยก’ บริเวณหน้าอก คลื่นพลังจากหยกจะไปปรับคลื่นสั่นสะเทือนหัวใจ สักพักอาการแน่นหน้าอกจะหายไป
2. ทฤษฎีจักระ (Chakra Theory)
จากหลักการเบื้องต้นของอินเดียโบราณ ถือว่าพลังแห่งชีวิตของคนจะเคลื่อนไหวอยู่ในร่างกายสองแนว ในลักษณะเป็น‘เกลียว’ และเป็น‘จุดตัดกัน’ ตรงตำแหน่งกลางของลำตัว
แนวเคลื่อนของพลังแห่งชีวิตมีด้วยกัน 7 แห่ง

2.1 ก้นกบ (จุดราก) เชื่อมอยู่กับฐานของกระดูกสันหลัง
อัญมณีที่ใช้ คือ บลัดสโตน ช่วยควบคุมและสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย
2.2 ท้องน้อย (ใต้สะดือ) ตรงกับรังไข่และอัณฑะ
อัญมณีที่ใช้ คือ โกเมน ช่วยในเรื่องสมดุลของจิตใจ
2.3 เหนือสะดือ (บริเวณช่องกระบังลม) เป็นจุดรวมใยประสาท ตรงกับต่อมผลิตอินซูลินในตับอ่อน และต่อมหมวกไต
อัญมณีที่ใช้ คือ พลอยตาเสือ ช่วยในเรื่องของพลังอำนาจ
2.4 หน้าอก (บริเวณหัวใจ) ตรงกับต่อมไทมัส
อัญมณีที่ใช้ คือ โรส ควอตซ์ ช่วยในเรื่องของความรักและความเมตตา
2.5 ลำคอ (บริเวณคอหอย) ตรงกับต่อมไทรอยด์ และพาราไทรอยด์
อัญมณีที่ใช้ คือ เทอร์คอยส์ ช่วยในเรื่องของการสื่อสารและการแสดงออก
2.6 หน้าผาก (จุดดวงตาที่ 3 กึ่งกลางระหว่างคิ้ว) ตรงกับต่อมใต้สมอง
อัญมณีที่ใช้ คือ ลาพิส ช่วยในเรื่องของการรับรู้และมองเห็น
2.7 กลางกระหม่อม (ส่วนบนของศีรษะ) ตรงกับต่อมไพเนียล
อัญมณีที่ใช้ คือ อาเกต ช่วยในเรื่องของปัญญาและสติ
ตัวอย่างอัญมณีและการวาง ‘ลาพิส’ ไว้ที่หน้าผาก ลำคอ กลางหน้าอก ท้อง และท้องน้อย เพื่อปรับการทำงานทั่วร่างกายให้เกิดความสมดุล สุขภาพดีขึ้น

3. ทฤษฎีการถ่ายเทพลังงาน (Exchange Energy Theory)
หากร่างกายทำงานผิดปกติ ความสมดุลของพลังในร่างกายจะเปลี่ยนไป ทำให้เกิดอาการไม่สบาย
วาง ‘โรส ควอตซ์’ ตรงหน้าอก พลังจากควอตซ์สีชมพู จะไปกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดใส มีชีวิตชีวาขึ้น
4. ทฤษฎีดูดพิษ (Toxic Deduction Theory)
ว่ากันว่า หินสีตระกูล ‘ควอตซ์’ สามารถดูดซับพลังลบ ปวดตรงไหน เอาควอตซ์วางตรงนั้น อาการเจ็บปวดจะหายไป
วาง ‘ควอต์ใส’ บนเข่าทั้งสองข้าง นาน 10 นาที อาการปวดเข่าจะค่อยๆหายไป
5. ทฤษฎีเหมือนรักษาเหมือน (Like Cures Like Theory)
ได้รับอิทธิพลมาจากตะวันตก ในอังกฤษและเยอรมนีมักใช้ทฤษฎีนี้ในการรักษาโรค
พลอยตาเสือ (Tiger’s Eye) รักษาอาการที่เกี่ยวกับตา
หินหยดเลือด (Blood Stone) รักษาอาการเกี่ยวกับเลือด เช่น เลือดออก ปวดประจำเดือน
6. ทฤษฎีสี (Color Theory)
หินสีถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสีร้อน เช่น แดง ส้ม เหลือง และกลุ่มสีเย็น เช่น ม่วง ฟ้า เขียว ตามหลักการความเชื่อของโลกตะวันออก ก็แบ่งโรคตามอาการที่เป็น ร้อนกับเย็นเช่นกัน ดังนั้นจึงใช้สิ่งเย็นมารักษาโรคร้อน ตรงกันข้ามใช้สิ่งร้อนมารักษาโรคเย็น
ใช้ เทอร์ควอยส์ ซึ่งอยู่ในกลุ่มหินสีเย็น มารักษาโรคเครียด ใจร้อนก้าวร้าว
7. ทฤษฎีโปรแกรมจิต (Mind Programming Theory)
ทฤษฎีสมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก ดั่งการตั้งความฝัน แล้วต้องทำให้ได้ เป็นการตั้งเจตจำนง แล้วต้องทำให้บรรลุ
การบำบัดด้วยอัญมณีก็เช่นกัน ผู้รักษาเป็นคนตั้งโปรแกรมจิตว่าต้องการให้อัญมณีนี้ช่วยอะไร
ภาพและบทข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์
Tags: Swarovski, คริสตัล, คริสตัล, สวารอฟสกี้, เครื่องประดับ
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 18 August 2010

นิลเป็นอัญมณี อันมีชื่อของ จังหวัดกาญจนบุรี มีสีดำสนิท เป็นเงางาม นิลที่นิยมเอามาทำเครื่องประดับคือ นิลตัน เมื่อนำมาเจียรนัยแล้ว จะมีความสวยงาม ราคาไม่แพงมาก
นิลยังสามารถนำมาเจียรนัยเป็นรูปแบต่างๆ ได้หลากหลาย จึงนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ได้หลายรูปแบบ นำมาขึ้นงานทองก็ดูมีคุณค่า นำมาขึ้นงานเงินก็ดูสวยงาม หรือ อาจจะนำนิลอย่างเดียว มาทำเป็นทั้งสร้อยคอ หรือ สร้อยข้อมือก็ได้ทั้งนั้น
ด้วยที่ว่า นิล กำลังเป็นที่นิยม ถึงแม้ราคาจะไม่แพงแต่ก็มีนิลปลอมเกิดขึ้น นิลปลอม ทำมาจากวัสดุที่เป็นพลาสติก หรืออาจจะทำมาจากแท่งแก้ว โดยวิธีวิทยาศาสตร์ เมือใช้ไประยะหนึ่งความเงางามก็จะหายไป

ประเภทของนิล
นิลตัน หรือ นิลตะโก (Black Spinel หรือ Pleonaste)
นิลตัน หรือ นิลตะโก เป็นแร่ในตระกูล Spinel มีหลายสี แต่ที่พบในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี มีสีดำ เรียกวา Pleonaste หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘นิลตัน หรือ นิลตะโก’คุณสมบัติทางฟิสิกส์ รูปผลึก ระบบ ไอโวเมทริก แบบ ออกตะฮีดอล หรือ ปิรามิด 2 หัว มีสีดำสนิท ทึบแสง ความถ่วงจำเพาะ 3.58 - 3.98 มีความแข็ง 8 มีลักษณะรอยแตกแบบก้นหอย วาวแบบแก้ว เป็นแม่เหล็กอ่อนๆ สามารถใช้แม่เหล็กที่มีกำลังแรงสูงดูดติดได้ประโยชน์ ใช้เป็นอัญมณี
นิลเสี้ยน (Pigeonite)
เป็นแร่ในตระกูล Pyroxene ที่พบในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี มีสีดำแสดงลักษณะเป็นเส้น เรียกว่า Pigeonite หรือที่เรียกว่า ‘นิลเสี้ยน’
คุณสมบัติทางฟิสิกส์ รูปผลึกระบบโมโนคลินิค มีสีน้ำตาลอมเขียวถึงดำสนิท โปร่งแสง ถึงทึบแสง ความถ่วงจำเพาะ 3.30 - 3.40 ความแข็ง 6 มีลักษณะรอยแตกขรุขระถึงเว้าโค้งเปราะ วาวแบบแก้ว ถึงด้านแบบดิน เป็นแม่เหล็กอ่อนๆ สามารถใช้แม่เหล็กที่มีกำลังแรงสูงดูดติดได้
ประโยชน์ ใช้เป็นอัญมณี

นิลติดเหล็ก (Magnetite หรือ Emery)
เป็นแร่ในตระกูล Magnetite ที่พบในอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี มีสีเทา วาวแบบโลหะ แสดงลักษณะเป็นแม่เหล็ก เรียกวา Emery หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘นิลติดเหล็ก’คุณสมบัติทางฟิสิกส์ รูปผลึก ระบบไอโซเมทริกแบบออกตะฮีดอล หรือปิรามิด 2 หัว มีสีดำเงาออกเทา ทึบแสง ความถ่วงจำเพาะ 5.18 มีความแข็งแรง 6 มีลักษณะรอยแตกไม่เรียบ วาวแบบโลหะเมื่อขัดเงาเป็นแม่เหล็ก สามารถดูดเหล็กติดตัวมัีนเองได้
ประโยชน์ ใช้เป็นอัญมณี
Tags: Swarovski, คริสตัล, คริสตัล, นิล, สวารอฟสกี้, เครื่องประดับ
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 12 August 2010

เครื่องประดับนั้นถือเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน
ของสาวเปรี้ยว สาวหวาน รวมไปถึงสาวเซอร์
เพราะเครื่องประดับสามารถสร้างความโดดเด่นในการแต่งตัว
และยังดึงความเป็นตัวตน ของผู้ที่สวมใส่ให้ชัดเจนได้อีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สร้อยคอ ที่หลายคนอาจสวมใส่ติดตัวตลอดเวลา และหลายคน เลือกที่จะหยิบขึ้นมาสวมใส่ในโอกาสต่างๆ นั้น ถือเป็นเครื่องประดับที่ส้างความโดดเด่นไม่น้อยเลยทีดี ดังนั้นเรามาสนใจการเลือกสร้อยคอให้เข้ากับตัวเราดีกว่าค่ะ ซึ่งหลักในการเลือกมีดังนั้น

ตำแหน่ง
เครื่องประดับทั้งหลายแหล่ ล้วนแล้วแต่แตะตาทั้งนั้น ดังนั้นเวลาเลือกใส่ก็ต้องระวังด้วย โดยเฉพาะสาวหน้าอกบึ้มไม่ควรติดเข็มกลัด แต่ถ้าเป็นต่างหูที่ให้ประกายแวววาวก็จะช่วยให้ใบหน้าของคุณดูเปล่งประการยและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
ขนาด
ขนาดของเครื่องประดับก็สำคัญไม่แพ้กัน ปกติแล้วเครื่องประดับควรจะมีขนาดที่เหมาะกับรูปร่างของคุณ สาวรูปร่างใหญ่ไม่ควรใส่เครื่องประดับที่มีขนาดเล็กเกินไป เพราะเครื่องประดับชิ้นนั้นอาจโชคร้าย ไม่มีใครได้มองเห็นความสวยของมันที่อิงแอบอยู่ ส่วนเครื่องประดับชิ้นเบ้อเริ่มก็ไม่เหมาะกับสาวร่างเล็กและตัวลีบผอมนะคะ

สร้อยคอ ความยาว ขนาด และรูปแบบของสร้อยคอจะช่วยทำให้คอ ใบหน้า และช่วงตัวตูยาวขึ้นได้ แล้วสร้อยแบบไหนเหมาะกับรูปร่างแบบใดล่ะ
ความยาว ขนาด และรูปแบบของสร้อยคอจะช่วยทำให้คอ ใบหน้า และช่วงตัวตูยาวขึ้นได้ แล้วสร้อยแบบไหนเหมาะกับรูปร่างแบบใดล่ะ
*สาวหน้ากลม คอสั้น และหน้าอกเต็ม แนะนำให้ใส่สร้อยที่ยาวลงมาถึงกิ่งกลางหน้าอกเป็นรูปตัววี
*สาวหน้ารูปหัวใจและหน้าเหลี่ยมเหมาะกับสร้อยทรงกลม
*สร้อยแบบยาว ใส่แล้วจะดูสูงขึ้น เหมาะกับสาวคอสั้น ไหล่กว้าง และตัวสั้น
*สาวที่มีหน้าอกใหญ่หรือพุงยื่นออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ควรสวมสร้อยคอยาว เพราะจะยิ่งเน้นให้ช่วงนั้นดูเดนมากกว่าเดิม ดังนั้นหาสร้อยที่ยาวประมาณช่วงหน้าอกมาใส่จะดูดีกว่า
*สร้อยคอที่ยาวประมาณช่วงหน้าอกกับเอวจะช่วยพรางให้สาวตัวเตี้ยดูสูงขึ้นได้บ้าง (ถ้าผู้หญิงคนนั้นตัวไม่อ้วนตัวจนเกินไปด้วย)
*สาวคอยาวใส่สร้อยชนิดสวมติดคอหรือที่เรียกว่า โชกเกอร์ จะดูดีมากค่ะ แต่สาวเอวสั้น หน้าอกใหญ่ สาวหน้ากลมและสาวหน้าเหลี่ยมไม่ควรใส่นะคะ
เมื่อรู้หลักในการเลือกแล้ว ก็อย่าลืมนำหลักการมาใช้ในการเลือกสร้อยคอให้เข้ากับตัวเองนะคะ จะได้สวยและดูดียิ่งขึ้นค่ะ

Tags: คริสตัล, สวารอฟสกี้, เครื่องประดับ, แฟชั่น
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 11 August 2010

ไม่ว่าคุณจะมีหุ่นทรงไหน แต่งกายแบบใด หากอยากดึงจุดเด่นการแต่งตัวให้ดึงดูดสายตาให้สะดุดกับชุดเก๋ของคุณ เข็มขัดช่วยคุณได้ค่ะ เคล็ดลับง่ายนิดเดียว คุณต้องรู้วิธีการเลือกเข็มขัดที่เหมาะกับตัวเองและเสื้อผ้า แล้วเข็มขัดก็จะช่วยให้หุ่นของคุณดูเพรียวสวยและรูปร่างสมส่วนกับชุดที่สวมใส่มากขึ้น นอกจากนี้เข็มขัดที่ประดับหมุดสีสันสดใสต่างๆกับหัวเข็มขัดโดดเด่นสะดุดตาก็ช่วยเพิ่มความเก๋ไก๋อย่างมีสไตล์ให้กับชุดที่คุณใส่ได้อีกด้วย
การเลือกเข็มขัด
เข็มขัดที่เหมาะกับหุ่นพอดี เวลาใส่หัวเข็มขัดควรจะสอดเข้าไปในรูที่ 3 ของเข็มขัดนั้นได้อย่างสบายก่อนใส่เข็มขัด ก็อย่าลืมทำความสะอาดหัวเข็มขัดให้เรียบร้อยเสียก่อน การคาดเข็มขัดรัดจนแน่นเพื่อให้เอวของคุณดูเล็กมากๆ จะยิ่งทำให้สะโพกของคุณดูใหญ่ขึ้น สาวเอวใหญ่ไม่ควรใส่เข็มขัดที่มีขนาดใหญ่เกินไป เพราะจะยิ่งทำให้เอวดูใหญ่ยิ่งขึ้น ส่วนสาวเอวเล็กก็ไม่ควรใส่เข็มขัดที่มีขนาดเล็กบางจนเกินไป เพราะอาจทำให้ดูเป็นสาวเอวเล็กเกินไปจนน่ากลัว

สีที่ใช้ ช่วยให้หุ่นดีได้
เข็มขัดสีเข้มจะช่วยให้รูปร่างดูเพรียวมากกว่าเข็มขัดสีอ่อนๆสว่างๆ เลือกใส่เข็มขัดที่มีโทนสีเดียวกันกับเสื้อผ้าจะช่วยให้หุ่นดูเพรียวที่สุด หากอยากคาดเข็มขัดที่มีสีตัดกับเสื้อผ้า ก็ต้องมั่นใจหน่อยว่าเอวของคุณเล็กสวยได้สัดส่วนดีแล้ว
ความกว้างใครว่าไม่สำคัญ
ผู้หญิงส่วนใหญ่เหมาะกับเข็มขัดที่มีความกว้างประมาณ 3/4 นิ้ว ผู้หญิงตัวใหญ่ ตัวเตี้ย ตัวผอม และมีปัญหาตรงช่วงเอวหรือสะโพก ควรจะคาดเข็มขัดเส้นเล็กมากกว่าเส้นใหญ่
หัวเข็มขัด รัดเอวสวย
หัวเข็มขัดขนาดเล็ก แบบเรียบๆช่วยพรางให้หุ่นดูเพรียวได้ หัวเข็มขัดที่ได้รับการตกแต่งประดับประดามากๆสไตล์แขก จะยิ่งเน้นให้คนหันมาสนใจช่วงเอวของคุณมากยิ่งขึ้น ดังนั้น หากคุณเป็นสาวเอวเล็กกำลังดี ใส่เข็มขัดแบบนี้จะดูน่ารักทีเดียว แต่ต้องใส่กับเสื้อผ้าโทนสีเรียบๆหน่อย เพราะตัวเข็มขัดเองก็มีลวดลายเด่นมากพอแล้ว แต่ถ้าคุณเป็นสาวสะโพกใหญ่ ใส่เข็มขัดแบบเรียบๆไม่โดดเด่นจนเกินไปจะดีกว่า

เข็มขัดกับรูปร่างแบบต่างๆ
สาวเอวใหญ่ ควรใส่เข็มขัดเส้นเล็ก โทนสีเดียวกับเสื้อผ้า
สาวเอวสั้น สาวเอวสั้นควรจะใส่กางเกงหรือกระโปรงเอวต่ำหน่อย สีเข็มขัดควรจะแมทช์กับสีเสื้อผ้าท่อนบน จะทำให้ช่วงตัวดูยาวขึ้น
สาวเอวยาว ถ้าอยากให้ช่วงขาดูยาวขึ้น ใส่เข็มขัดที่มีโทนสีเดียวกับกางเกงหรือกระโปรงจะดีกว่าค่ะ
เคล็ดเล็กๆน้อยๆ
ก่อนซื้อเข็มขัดทุกครั้ง ต้องลองก่อนเสมอ จะได้ดูว่าเข็มขัดสั้นหรือยาวไปสำหรับเราหรือไม่ เข็มขัดคุณภาพดีจะต้องทำจากหนังนุ่ม ยืดหยุ่นง่าย งานเย็บเรียบร้อย และไม่มีตำหนิใดๆ
ถ้าเบื่อจะใส่แต่เข็มขัดซ้ำซากจำเจ เดี๋ยวนี้มีผ้าคาดเอวที่นำมาผูกแทนเข็มขัดขายเยอะแยะ มีทั้งแบบที่ทำจากผ้าคอตต้อนธรรมาดาหรือผ้ากำมะหยี่ก็ได้ ใส่แล้วดูน่ารักไปอีกแบบ หรืออาจหาสายคาดเอวแบบที่เป็นเชือกถักมาคาด ก็จะช่วยขับให้เสื้อผ้าคุณดูเก๋ไก๋ขึ้นได้เหมือนกันที่

ที่มาจาก http://www.pooyingnaka.com
Tags: คริสตัล, สวารอฟสกี้, เครื่องประดับ, เครื่องประดับคริสตัล
Posted in สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »
Written by Crystal Magazine on 10 August 2010

แฟชั่นชุดชั้นใน
เห็นกันเกลื่อนเมืองกับแฟชั่นโชว์บรา ตั้งแต่โชว์สายบราสีสวย
ไปจนถึงโชว์หน้าอกหน้าใจกันเห็น ๆ จะว่าไปแต่งตัวแบบนี้ไปเที่ยวนั้นก็ล่อ
แหลมอยู่แล้ว ถ้าคุณกล้าขนาดใส่ไปทำงานยิ่งแล้วใหญ่ แน่นอนว่ามัน
จะทำให้คุณดูเป็นแม่สาวเซ็กซี่ในสายตาหนุ่ม ๆ แต่พวกเขาก็จะมองว่าคุณก็แค่ สาวเซ็กชี่ไร้สมองนั่นแหละ ดังนั้นถ้าอยากได้รับการนับถือ ก็เลิกซะเถอะ
สั้นระเบิดเถิดเทิง
รู้ค่ะว่าปีนี้เทรนด์สั้นมาแรง แต่ลองคิดตรองดูง่าย ๆ ก็จะรู้ว่า
แฟชั่นมันโก้เก๋ดีสำหรับโชว์เท่านั้นแหละ แต่ถ้าคุณนุ่งสั้นมาทำงานแล้วมัน
จะสะดวกสัก แค่ไหน คนทำงานมักต้องลุกนั่งบ่อยครั้ง เดินไปมาทั้งวัน
จะดีหรือที่คุณจะใส่กระโปรงสั้นกุดล่อสายตารอบกายให้คอยลุ้นระทึกว่า
อะไรต่ออะไรมันจะ โผล่มาโชว์หรือไม่ รอยสักสุดเก๋า

รอยสัก
ใคร ๆ ก็บอกว่าการสักเป็นสิทธิส่วนบุคคล และเป็นดั่งงานศิลปะชั้นสูง
แต่ถ้าคุณริจะทำงานในออฟฟิศแล้วล่ะก็ คุณก็ควรจะนึกถึงใจนายจ้างและเพื่อนร่วมงานด้วยว่าพวกเขาจะคิดเช่นไรและคุณควรคิดให้ดีถึงตำแหน่งที่ตั้งของรอยสัก ควรเป็นจุดที่คุณสามารถปกปิดได้ด้วยเสื้อผ้าเพราะวันใดที่ต้องไปงานแบบเป็นทางการแล้วคุณจะสามารถซ่อนมันเอาไว้ได้
ทรงผมเปรี้ยวซ่า
คุณสามารถตามแฟชั่นผมได้อย่างเต็มที่แต่ควรระลึกถึงกาลเทศะไว้
เป็นสำคัญด้วยอย่าให้ถึงขนาดทำผมสีแดงจ้า ทำไฮไลท์สีรุ้งเจ็ดสี หรือทำผม
พังค์ชี้ไปมาทุกทิศทาง เลือกทรงผมให้อินเทรนด์ในระดับที่คนทั่วไปรับได้
และเลือกสีสันให้เหมาะสม พร้อมจัดทรงให้ดูเป็นผู้เป็นคนหน่อยในวันทำงาน
ตกถังน้ำหอม
การรักษากลิ่นกายให้หอมอยู่เสมอเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับบุคลิกภาพ แต่ควรจะเป็น หอมละมุนแบบอ่อน ๆ ในลักษณะชวนให้รื่นรมย์ไม่ใช่ประโคมใส่ น้ำหอมราวตก ถังน้ำหอมจนคนรอบตัวฉุนจนมึนหัว เลือกกลิ่นหอมเย็น ๆ แนวสปอร์ตสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงอาจเลือกกลิ่นที่ออกแนวหวานใส ๆ โดย แตะน้ำหอมแต่เพียงน้อย เพื่อเสริมบุคลิกให้ดีมากยิ่งขึ้น
ก๋ากั่นเล็บแฟนซี
ความสะอาดเรียบร้อยของเล็บเป็นเรื่องจำเป็น คุณจะต่อเล็บหรือทาสีเปรี้ยวแค่ไหน ก็ไม่มีใครว่า ตราบเท่าที่คุณไม่ได้ต่อเล็บจนยาวเกะกะสายตา หรือ ทาสีดิบเถื่อนชวนให้ผวา องคิดดูว่า ถ้าคุณใช้นิ้วซึ่งมีเล็บสุดแฟนชีในการชี้ข้อมูลในการประชุม ใครเล่าจะสามารถ ตั้งใจฟังการพรีเซนต์ของคุณได้ ร้อยเปอร์เซนต์ เชื่อสิว่าใคร ๆ ก็จะคอยนั่งจ้องเล็บ ของคุณมากกว่า
หนวดเครารกเฟิ้ม
หนวดเคราหลากหลายรูปแบบที่ผู้ชายนิยมไว้กันนั้น อาจชวนให้สาวบางคนเคลิ้มฝันได้ แต่จะบอกให้ว่าคุณจะดูสะอาดกว่า ถ้าโกนหนวดเคราให้เกลี้ยง เกลา แต่หากดึงดัน จะไว้แล้วล่ะก็ ขอให้รักษามันให้ดีด้วยการเล็มให้เป็นทรง อย่าให้ยาวรกราวกับป่าดงดิบ จะดูสกปรกแถมยังน่ากลัวอีกต่างหาก
แม่สาวนักโชว์
เคยเห็นบ่อยทีเดียว สาวสมัยนี้ชอบโชว์เสียเหลือเกินไม่รู้เป็นอะไร
ใส่เสื้อซีทรูก็ไม่ยอมใส่เสื้อทับ ใส่เสื้อคอลึกจนเห็นถึงสะดือก็ไม่สนจำไว้เลยว่า ผู้ชายน่ะสายตาเอ๊กซ์เรย์สุด ๆ ขนาดเราใส่ปิดมิดพวกเขายังมองลอดเข้าไปได้แล้ว ถ้าคุณใส่ขนาดนี้ พวกเขาจะคิดกันไปถึงไหน ถ้าชอบโชว์นักเก็บไว้ ไปโชว์ยามคุณ อยู่นอกที่ทำงานจะดีกว่า
หนุ่มสาวนักเจาะ
คนสมัยนี้นิยมการเจาะกันมากขึ้น จากแต่ก่อนซึ่งเจาะแค่หู
ต่อมาก็มีเจาะจมูก เจาะสะดือ เจาะคิ้ว เจาะลิ้นกันเต็มไปหมด ถ้าคุณทำงานเป็นนักร้อง จะเจาะทั่วตัวก็คงไม่มีใครว่า แต่ว่าคนปกติในสังคมรับกันไม่ค่อยได้หรอก แถมยัง มีการศึกษามาแล้วด้วยว่า คนที่เจาะตัวมากกว่า 2 จุดขึ้นไป มีแนว โน้มจะไม่ได้รับเลือกเข้าทำงานมากกว่าคนที่ไม่มีการเจาะตามร่างกาย
ที่มา: www.mcot.net/lady
Tags: Swarovski, คริสตัล, คริสตัล, สวารอฟสกี้, เครื่องประดับ, แฟชั่น
Posted in DIY Crystals, สาระน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องประดับ | No Comments »